วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556
น้ำ"แอ๊ปเปิ้ล"ปั่น
วิธีทำ
1.หั่นแอ๊ปเปิ้ลเป็นชิ้นๆ เอาแกนกลางเมล็ดออก
2.ใส่น้ำเชื่อม น้ำมะนาว เกลือป่น มิ้น ชิ้นแอ๊ปเปิ้ล และน้ำแข็ง นำไปปั่นให้เข้ากันจนละเอียดเนียน
แอ๊ปเปิ้ล มีวิตามิน c สูง มีเกลือแร่ มีเกลึอโปตัสเซียม ทำให้รับบการขับถ่ายดีขึ้น ลดกรดในกระเพาะอาหาร เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
ประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ล มีมากมายเช่นนี้ เรามาทำน้ำแอ๊ปปิ้ลทานเองกันที่บ้านนะคะ เพื่อหุ่น และสุขภาพที่ดีแก่ตัวเราและคนที่คุณรัก มาทานน้ำแอ๊ปเปิ้ลปั่นอร่อยๆ ทานกันค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556
"แอ๊ปเปิ้ล" ลดน้ำหนัก
การกำจัดปริมาณอาหารเพื่อควบคุมน้้าหนักนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับคุณผู้หญิง เพราะไหนจะต้องทนต่อความหิวจนกว่าจะผอม แต่พอผอมสมใจกลับโดนทักว่าทำไมดูซีดเซียว ไม่สดชื่น อวบอั๋นเหมือนตอนก่อนลดน้้าหนัก
การรับประทานผลไม้จึงเป็นวิธหีนงึ่ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้ท้ั้งการลดน้้าหนัก และการมีสุขภาพที่สดใส เพราะผลไม้ ประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องมีน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว และ น้ำไปใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ ผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกนบัไม่ถ้วน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่ ทรุดโทรม จึงเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเป็นที่สุด
เมื่อถามคนใกล้ตัวว่า "อยากลดน้ำหนักจะทานผลไม้อะไรดี" เชื่อว่าคงได้คำตอบกว่าครึ่ง เป็นผลไม้รูปร่างอวบอัดที่ชื่อว่า "แอ๊ปเปิ้ล" แน่ๆ เพราะแอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีสีสันชวนรับประทาน เนื้อสัมผัส กรอบ รสชาติอร่อย กลิ่นหอม มีคณุค่าทางโภชนาการสูง หาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง และที่สำคัญคือไม่ทำให้อ้วน แอปเปิ้ลจึงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้ลดน้้าหนัก"
คุณค่าโภชนาการ เมื่อกินโดยไม่ปอกเปลือก จะมีพลังงาน 80 แคลอรี วิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 7.9 มิลลิกรัม เหล็ก 0.2 มิลลิกรัม ทองแดง 0.1 มิลลิกรัม และโพแทสเซียม 158.7 มิลลิกรัม
ผลไม้สีแดงๆ เขียวๆนี้ สามารถช่วยคุณสาวๆ ลดความอ้วนได้อย่างสบายๆ เนื่องจากแอ๊ปเปิ้ล
มีเส้นใยอาหาร เมื่อทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องนานเพราะน้ำตาลฟรักโทสในแอ๊ปเปิ้ลจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกหิว
แอปเปิ้ลยังช่วยควบคุมน้ำหนักเพราะมีแป้งและน้ำตาลถึง
75% ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเวลาไม่เกิน
10 นาที
ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลงทั้งทำให้ไม่รู้สึกหงุดหงิดและอ่อนเพลียระหว่างรอเวลาอาหารมื้อใหญ่ควรกิน แอปเปิ้ลวันละ 2-3 ผลยังช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อีกด้วย
จากการที่เราได้ทราบถึงเรื่องของแอ๊ปเปิ้ลจะเห็นได่ว่าแอ๊ปเปิ้นนั้น มีทั้งประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังสามารถทานเป็นผลไม้ลดน้ำหนักได้อีก เราจะมัวรออะไรอีกในเมื่อการลดน้ำหนักแบบง่าย ไม่ทำร้ายร้ายร่างกาย สามารถทำได้โดยตัวคุณเอง
วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556
การทาน "แอ๊ปเปิ้ล" เพื่อสุขภาพ
![]() |
| an Apple |
แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ยอดนิยมชนิดหนึ่งของโลกซึ่งเป็นที่ รู้จักกันดีในนามผลไม้ที่แสนอร่อยและหอมหวาน ต้นแอ๊ปเปิ้ลสูงประมาณ 5-12 เมตร ผลมีเปลือกสีแดง ชมพู เขียว และเหลืองตามสายพันธุ์ เนื้อในเป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวลทั้งผลของแอ๊ปเปิ้ล นั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว
เรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ล โดยแบ่งตามสีดังนี้
1. แอ๊ปเปิ้ลแดง มีจุดเด่นที่ดีต่อสุขภาพคือมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมี
อิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย
2. แอ๊ปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดาแอ๊ปเปิ้ลด้วยกัน ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
3. แอ๊ปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกิน
แอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิว
แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
แอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิว
แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
4. แอ๊ปเปิ้ลสีเหลือง มีประโยชน์ต่างจากสีอื่นๆ โดยมีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก
เมื่อเราได้ทราบคุณประโยชน์อันหลากหลายของแอ๊ปเปิ้ลแล้วเราควรหันมาใส่ใจสุขภาพของเรา ด้วยการทานแอ๊ปเปิ้ลแทนขนมหรือของหวานที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ให้กับตัวเรากันนะคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


